ผู้ทำธุรกิจส่วนมากมีความฝันที่ต้องการให้ธุรกิจมีความใหญ่โตในอนาคต โดยพยายามลงทุนเยอะในช่วงแรก เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ทำเลที่ดี อุปกรณ์ตกแต่งออฟฟิศ พนักงานฝีมือดีรวมไปถึงวางแผนในการขยายธุรกิจ โดยการวางรากฐานที่ดีให้ธุรกิจมีการเติบโตในอนาคต แต่การใช้เงินทุนจำนวนมากในช่วงต้นยังมีความเสี่ยงสูงผู้ประกอบการเองจึงควรคิดอย่างรอบคอบ

อันที่จริงเราไม่สามารถกำหนดทิศทางว่าธุรกิจจะไปในรูปแบบใด จะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะมั่นใจในศักยภาพขององค์กรมากก็ตาม เราก็ไม่สามารถกำหนดปัจจัยภายนอกอย่างเศรษฐกิจภายนอกหรือความต้องการของผู้บริโภคได้ จึงควรหันมาเริ่มต้นธุรกิจด้วยจำนวนเงินน้อยๆจากเงินเก็บที่มีอยู่ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องแบกรับหนี้สิน ใครหลายคนอาจคิดว่าแค่เงินเก็บไม่สามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้มาก แต่เราสามารถใช้เงินเก็บเริ่มต้นธุรกิจได้จริงๆ โดยการลงทุนที่น้อยที่สุด แต่มีประสิทธิภาพที่สุด เช่น หากเราต้องการสำนักงานใหม่ ก็ควรใช้บ้านเป็นสำนักงานไปก่อน ส่วนพนักงานก็เริ่มจากคนรู้จัก หรือเพื่อนที่สนใจมาร่วมลงทุนกับเรา ซึ่งในช่วงแรกอาจจะต้องเหนื่อยสักหน่อย แต่วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดเงินทุนของเราไปไม่น้อยทีเดียว และเมื่อในอนาคตธุรกิจเกิดไปได้ดี ค่อยขยายกิจการตามขึ้นมาในภายหลังก็ได้

การเข้าสังคม เป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน เพียงแต่ต้องขวนขวายดูว่าในแต่ละเดือนมีการจัดงานที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ และเหมาะกับเรา ซึ่งจุดประสงค์ของการไปงานประเภทนี้ก็เพื่อที่นำทางเราไปสู่คนที่อยู่ในวงการเดียวกันที่อาจจะมีประสบการณ์มากกว่า และพร้อมให้คำแนะนำกับเราได้ การทำความรู้จักกับคนกลุ่มนี้ไว้จะช่วยให้เราได้รับรู้ข่าวสารในธุรกิจที่เราสนใจ และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้อาจทำให้มีผู้สนใจในธุรกิจของเรามาร่วมลงทุนกับเราก็เป็นได้

ที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่วิธีเบื้องต้นในการเริ่มต้นทำธุรกิจที่อาศัยเงินจำนวนน้อยนิด ซึ่งเหมาะกับนักธุรกิจมือใหม่ที่ยังไม่พร้อมที่จะเสี่ยงกับเงินลงทุนในปริมาณมาก เป็นทางเลือกในการเก็บประสบการณ์เพิ่มเติม เมื่อประสบความสำเร็จแล้วค่อยลงทุนเพิ่มในภายหลังก็ได้