การทำธุรกิจ เปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกธุรกิจ เมื่อเริ่มต้นแล้ว ต้องมีการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาซึ่งการแข่งขันกันในตลาดมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่อายุยังน้อย การเริ่มต้นธุรกิจก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว เนื่องจากทุกวันนี้มีแบรนด์และสินค้าต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย การที่จะทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่ยอมรับ เป็นที่สนใจของบรรดาสื่อและเป็นที่จดจำในตลาดนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ดังนั้น การที่จะกลายเป็นที่รู้จักก็อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน เพื่อไม่ให้แบรนด์ถูกมองข้ามไป การประชาสัมพันธ์ (PR) ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ ประกอบไปด้วย
– มีความพร้อม โดยต้องเตรียมพร้อมในสถานการณ์ที่ ผลิตภัณฑ์ให้พร้อม เพื่อความมั่นใจในการทำธุรกิจ จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับแผนการประชาสัมพันธ์ในทุกๆ ด้าน
– สร้างตัวตนหรือแบรนด์ขึ้นมา เพราะนี่คือสิ่งสำคัญ
– แบ่งปันเรื่องราว โดยการต้องถ่ายทอดเรื่องราวการทำธุรกิจ หรือบรรยายที่มาของผลิตภัณฑ์ให้บุคคลภายนอกได้รับรู้ เพราะวิธีนี้นอกจากจะให้เราได้เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและคนอื่นๆ แล้ว ยังช่วยสร้างการจดจำให้กับพวกเขาได้ด้วย
– CEO หรือผู้บริหาร เข้าถึงได้ง่าย CEO หรือผู้ก่อตั้ง คือกระบอกเสียงที่มีบทบาทในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ บุคคลคนนั้นจึงต้องเข้าถึงได้ง่าย เป็นกันเอง และสามารถปรากฏตัวออกสู่สาธารณชนได้บ่อย นอกเหนือจากการเข้าถึงได้ง่าย ต้องมีบุคลิกภาพดี และมีวิสัยทัศน์สูงแล้ว หน้าที่ที่สำคัญของ CEO ที่ต้องไม่มองข้ามคือ เขาต้องมีความสามารถด้านการบริหารจัดการธุรกิจด้วย
– ไม่ควรมองข้ามโซเชียลมีเดีย เพราะการสร้างกลยุทธ์ทางโซเชียลมีเดียจะช่วยสร้างเอกลักษณ์และความน่าเชื่อถือในธุรกิจได้ สิ่งสำคัญในการใช้โซเชียลมีเดียก็คือ การให้เวลา มีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม เช่น ตอบคำถาม ไขข้อข้องใจ แบ่งปันเรื่องราวดีๆ และสนทนาอย่างเป็นกันเอง อย่าปล่อยให้เพจร้าง
– การจ้างที่ปรึกษา ในกรณีที่มีเงินทุนสูงและต้องการลงทุนจริงจังในระยะยาว การจ้างที่ปรึกษาเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะพวกเขาผ่านการเรียนรู้สิ่งต่างๆ มาในระดับหนึ่ง สามารถให้คำปรึกษาได้ว่าทำอะไรลงไปแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ การสร้างแบรนด์จึงมีโอกาสเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จสูงมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น การที่จะจะประสบความสำเร็จได้แบบไร้ตำหนิ การนำแนวทางเหล่านี้มาใช้ ถือเป็นส่วนประกอบของความรู้ เพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดอันร้ายแรงได้ในอนาคต