ในช่วง 2-3 ปีหลังผู้คนส่วนมากตัดสินใจลาออกจากบริษัทออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง เริ่มจากการลงทุนเพียงน้อยนิด โดยเราเรียกธุรกิจช่วงเริ่มต้นแบบนี้ว่า Startup ซึ่งถูกใช้ในวงการของไอทีมาซักระยะแล้ว การเริ่มธุรกิจ Startup นิยมมาก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจจากกิจการเล็กๆจนขยายเป็นธุรกิจใหญ่โตในปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มทำธุรกิจแบบ Startup นั้น ต้องมีไอเดียที่น่าสนใจ สามารถสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมาได้ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง ช่วยทำให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น Amazon, Facebook, Google ที่มีการพัฒนาจนผู้คนเกิดความสนใจ

สิ่งสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นทีมงาน หลายธุรกิจเติบโตหรือล่มสลายลงเพราะเรื่องคนเป็นหลัก อาจจะอยู่ในรูปแบบของเพื่อนหรือคนที่คุ้นเคย หรือการแนะนำจากคนในวงการ การคัดเลือกคนมาร่วมในทีมเดียวกันเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการที่มีคนมีความสามารถหลากหลาย มีเครือข่ายของแต่ละคนมาเชื่อมและบูรณาการเข้าด้วยกัน จะสามารถสร้างพลังในการพัฒนาองค์กรของตนเองได้อย่างมาก

เมื่อมีไอเดียแล้ว เราต้องมาดูก่อนว่าไอเดียของเราตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ การทดสอบทำได้ง่ายๆเนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถวัดผล และวิเคราะห์แผนการตลาดได้อย่างรวดเร็ว แถมยังลงทุนต่ำอีกด้วย

ความหมายจริงๆของ Startup ก็คือ SME นั่นเอง เพียงแต่สิ่งแตกต่าง นั่นคือเรื่อง “ทุน” ที่ธุรกิจ SMEs ทั่วไปจะหาเงินทุนมาก่อร่างสร้างธุรกิจ จะมาจากทั้งการยืมเงินคนในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือกระทั่งการกู้เงินจากธนาคารในรูปเงินกู้ธุรกิจ SMEs ที่มีอยู่โดยทั่วไปในท้องตลาด จะต่างกับ Startup ที่เป็น ธุรกิจริเริ่ม เป็นธุรกิจเกิดใหม่ที่แน่นอนว่าอายุธุรกิจไม่ถึง 3 ปีแน่นอน จึงต้องมีกระบวนการหาแหล่งทุนที่ยืดหยุ่นมากกว่าการกู้ธนาคารและมีภาระทางการเงินเช่นดอกเบี้ย หรือการมีสินทรัพย์ค้ำประกันที่ต่ำกว่าการกู้เงิน

สำหรับแหล่งเงินทุนที่แนะนำของ Startup มีดังนี้

1. Venture Capital มีความเป็นมืออาชีพ มีไอเดียในการทำธุรกิจ ช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดี
2. Angel Investor เป็นบุคคลที่มีความร่ำรวย โดยนำเอาเงินส่วนตัวมาลงทุนในบริษัทเกิดใหม่
3. Strategic Investors คือบริษัทมีธุรกิจอยู่แล้วและต้องการลงทุนให้กับธุรกิจเกิดใหม่ เข้ามาในรูปของ Partner ทางธุรกิจเอาเงินมาลงทุนในรูปของหุ้นในบริษัท

การมีไอเดียที่ดีสามารถนำมาพัฒนาแผนธุรกิจ ประกอบกับต้องมีทีมงานที่เข้มแข็ง ที่จะนำพาบริษัทให้ประสบความสำเร็จในอนาคต